สรุปประโยชน์ของน้ำมันปลา
1. เป็นโครงสร้างผนังเซลล์ และไมโตคอนเดรียที่ดี…ลดอาการดื้ออินซูลินในเบาหวาน…ขวางการเกิด Cyst และมะเร็ง
2. n 3 เป็นปัจจัยหลักแห่งการสร้างผนังที่อ่อนนุ่ม สวยงามของเซลล์ผิวหนัง เยื่อบุภายในหลอดเลือด เซลล์ภูมิคุ้มกัน, เพลทเลท…ลดความข้นเหนียวของเลือด
3. เพิ่มการนำสารอาหาร และออกซิเจนผ่านผนังเซลล์ ทำให้เซลล์สุขภาพสมบูรณ์ อ่อนนุ่ม ลดกระ ฝ้า ได้ผิวที่สวยใส ก่อเกิดความงามของเซลล์ทั่วไปความงามของผิวพรรณ ปรากฏผลลัพธ์รวม คือ “ผิวดีมีเลือดฝาด”
4. การที่เลือดไหลเวียนดี ช่วยลดอาการมือเท้าเย็นในกลุ่มอาการเรโนด์ (Reynaud’s syndrome) ทำให้อุ่นขึ้น
5. ลดอาการของโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) รักษาอาการ Eczema หรือกลุ่มอาการแผลพุพอง หนอง สะเก็ดเหลือง
6. ลดโคเลสเตอรอล เลว (LDL) และไขมัน (TG) เพิ่ม โคเลสเตอรอลดี (HDL) ทำให้หลอดเลือดสะอาด ผนังยืดหยุ่นแข็งแรง ปกป้องอักเสบ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดแข็งตีบตัน อันเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด
7. ลดความรุนแรงของ โรคเยื่อบุผิวมดลูกงอกผิดที่ (Endometriosis–chocolate cyst)
8. ช่วยให้ผนังของเซลล์ต่างๆ แข็งแรง ปกป้องการแตกของหลอดเลือด (stroke – CVA) เพิ่มภูมิต้านทานของเม็ดเลือดขาว เซลล์เกล็ดเลือดกระจายตัวด้วยดี ไม่เกิดการจับตัว หรือลิ่มเลือดอุดตัน
9. บรรเทาอาการริดสีดวงทวาร
10. ควบคุมความดันโลหิต(ต้องใช้ n3 (โอเมก้า 3 ) ขนาดสูง)
11. n3 (โอเมก้า 3 ) ใช้เพิ่มอัตราส่วน n3 (โอเมก้า 3 ) : n6 ให้เข้าสู่เกณฑ์ 1:4 แก้ไขอาการอักเสบต่างๆ ของข้อและเนื้อเยื่อ เช่น ข้ออักเสบ รูมาตอยด์ ข้ออักเสบเรื้อรัง
12. DHA ช่วยบำรุงสมอง ทำให้รับรู้ จดจำแม่น ฉลาดในเด็ก
13. ส่วนผู้ชราก็ช่วยบรรเทาอาการสมองเสื่อม (Alzeimer) จากการที่เลือดไหลเวียนคล่อง ซึมผ่านเซลล์และปลายประสาทแข็งแรงขึ้น
14. ลดอาการซึมเศร้า นอนไม่หลับ ในผู้ขาดน้ำมันปลา
15. ลดอาการปวดประจำเดือนในเพศหญิง
ความเข้มข้นของโอเมก้า–3 ในน้ำมันปลาระดับอาหาร มีผลรวมของ EPA กับ DHA เท่ากับ 30% เป็นส่วนใหญ่ แคปซูลจึงมักใหญ่ขนาด 1000 มก.หรือ 1 กรัม ซึ่งเราใช้เรียกกำหนดขนาดยา (Dose) เป็นมาตรฐานทั่วไป โดยมีสารพิษเจือปนอยู่บ้าง จึงไม่ควรกินเกิน 4 แคปซูลต่อวัน
ผลพลอยได้ จากเทคโนโลยีการผลิตในระดับยา นอกจากสกัดสารพิษปนเปื้อนออกแล้ว ยังได้กรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้ง EPA และ DHA เข้มข้นถึง 600 มก. ต่อกรัมน้ำมันปลา (ในขณะที่น้ำมันปลาระดับอาหารทั่วไป มี 300 มก./กรัม)ทำให้สามารถผลิตเป็นแคปซูลขนาดเล็กลงเท่าตัว คือ 500 มก. แต่มีโอเมก้า 3 เท่ากับ ขนาด 1000 มก.ของเกรดอาหาร
ดังนั้นสูตรปริมาณการใช้เรียกขนาด (Dose) ที่กล่าวในเรื่องน้ำมันปลา 1000 มก. จึงเทียบเท่าน้ำมันปลาเกรดยา 500 มก.
จึงเป็นทางเลือกที่ดีแก่ผู้ที่กลืนยายากอีกด้วย