ความจริงสาเหตุที่อวัยวะเพศมีกลิ่นเหม็น มาจากแบคทีเรียในช่องคลอดผิดปกติอาจเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ การล้างช่องคลอดด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม อากาศร้อน สุขภาพไม่ดี การใช้ห่วงคุมกำเนิด ซึ่งสิ่งเหล่านั้นทำให้แบคทีเรียดี ๆ หายไป ( แบคทีเรียเฉพาะถิ่น ) หาวิธีป้องกันที่ได้ผลดีกว่า อย่าพยายามกลบกลิ่นด้วยการล้าง ฉีดน้ำหอม หรือ ใช้แผ่นอนามัยที่มีน้ำหอมเพราะเป็นอันตราย ต่อผิวหนังที่บอบบางของคุณเองนะคะ อย่าทำให้คนที่อยู่ใกล้คุณ หรือ นอนใกล้คุณ เขาเอ่ยปากเลยครับ
ระวัง ! อาการผิดปกติของอวัยวะเพศ
ผู้หญิงเราแม้ว่าจะเป็นเพศที่ละเอียดอ่อนกว่าผู้ชายก็ตาม แต่บางครั้งก็มักปล่อยปละละเลยโดยเฉพาะเรื่องของอวัยวะเพศหญิงที่เป็นระบบสืบพันธุ์เพียงเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง หรือคิดว่าเราไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับใครไม่ต้องสนใจก็ได้คิดแบบนี้ไม่ได้นะคะ เพราะว่าปัจจุบันโรคหรืออาการผิดปกติเกี่ยวกับอวัยวะเพศไม่เกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์หรือไม่รักษาความสะอาดเท่านั้น เรามาดูกันว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้นมาจากสาเหตุใดกันบ้าง
ประจำเดือนผิดปกติ
สาเหตุของประจำเดือนมาไม่ปกติ สันนิษฐานว่ามาจากการสืบทอดทางกรรมพันธุ์ เช่นการที่ประจำเดือนไหลย้อนกลับแต่อาจมีบางสาเหตุที่มาจากการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งควรทำการตรวจเกี่ยวกับเยื่อบุมดลูก โดยพบสูตินรีแพทย์ หรือจะป้องกันด้วยการทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง หลีกเลี่ยงไขมันก็ช่วยได้นะคะ
จุดซ่อนเร้นมีกลิ่น
อย่าคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าเป็นเรื่องปกติที่อวัยวะเพศต้องมีกลิ่นบ้าง แล้วปล่อยปละละเลยไม่สนใจ เพราะความจริงสาเหตุที่อวัยวะเพศมีกลิ่นเหม็น มาจากแบคทีเรียในช่องคลอดผิดปกติอาจเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ การล้างช่องคลอด อากาศร้อน สุขภาพไม่ดี การใช้ห่วงคุมกำเนิด ซึ่งสิ่งเหล่านั้นทำให้แบคทีเรียดีหายไป แนะนำให้ไปพบแพทย์ เพื่อหาวิธีป้องกันอย่าพยายามกลบกลิ่นด้วยการล้าง ฉีดน้ำหอมหรือ ใช้แผ่นอนามัยที่มีน้ำหอมเพราะเป็นอันตราย ต่อผิวหนังที่บอบบางของคุณเองนะคะ
ปวดแสบที่อวัยวะเพศ
ถ้าสาวๆ มีอาการปวดแสบที่อวัยวะเพศ ระหว่างการปัสสาวะ ให้รู้เลยว่าท่อปัสสาวะของคุณติดเชื้อ ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ มีโอกาสสูงกว่าผู้หญิงที่ไม่มีเพศสัมพันธ์หรือมีน้อยครั้ง วิธีป้องกันหลังจากมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง ให้พยายามฉี่ออกมาเพื่อขับแบคทีเรียหรือรับประทานน้ำมากๆ เพื่อช่วยขับแบคทีเรีย และรับประทานน้ำผลไม้แครนเบอรี่ น้ำสับปะรดจะช่วยยับยั้งไม่ให้แบคทีเรียหลงเหลืออยู่ได้อย่าปล่อยเรื้อรังเด็ดขาด เพราะอาจลุกลามจนกลายเป็นติดเชื้อในไตได้ และควรพบแพทย์ทันทีหากมีการติดเชื้อมากกว่า 2 ครั้งใน 6 เดือน
เจ็บอวัยวะเพศ
ถ้ามีอาการเจ็บที่อวัยวะเพศแบบเจ็บจี๊ดๆ เจ็บแปลบๆ ไม่ควรละเลยนะคะ เพราะอาการเจ็บที่อวัยวะเพศมีสาเหตุมาจากปลายประสาททำงานผิดปกตินั่นเอง อาจเป็นเพราะเคยได้รับบาดเจ็บบริเวณดังกล่าวมาก่อน ควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพราะผิวหนังบริเวณช่องคลอดเป็นผิวหนังชนิดหนึ่งและไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดรูป ระมัดระวังการลุกนั่ง หรือปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อตรวจหาอาการบาดเจ็บเก่าๆ ด้วยก็ดีคะ
โรคทางเพศสัมพันธ์
บางครั้งการที่มีเพศสัมพันธ์อันเปี่ยมสุขกับคนรัก ก็อาจได้ของแถมมาเป็นโรคทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน การใช้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด แม้ว่าจะไว้ใจเขาแค่ไหนโรคทางเพศสัมพันธ์ไม่เข้าใครออกใครหรอกค่ะ แต่ถ้าไม่อยากใช้ถุงยางอนามัยควรมั่นใจว่าคุณและคู่รักผ่านการตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์จากแพทย์แล้ว
อาการคัน ระคายเคือง
เรื่องนี้ผู้หญิงทุกคนคงรู้สึกจี๊ดขึ้นมาในใจ เพราะอาการคัน ระคายเคืองที่อวัยวะเพศเป็นอาการที่มักพบในผู้หญิงทุกคน แต่หลายคนไม่รู้สาเหตุว่าทำไม และปล่อยให้เป็นหนักยิ่งขึ้น สาเหตุของอาการคันระคายเคืองมาจากระดับพีเอช ของช่องคลอดมีความเป็นด่างมากกลุ่มแบคทีเรียในช่องคลอดตามธรรมชาติ จึงเปลี่ยนไปทำให้เกิดอาการคันจากเชื้อราได้ หากมีอาการดังกล่าวให้รีบไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาอย่างถูกต้องต่อไปค่ะ
ประโยชน์ของ Cranberry
ช่วยรักษาให้ระบบการทำงานของกระเพาะปัสสาวะเป็นปกติ ป้องกันการติดเชื้อ อักเสบ ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ ขจัดกลิ่นในปัสสาวะ ช่วยทำให้จุดซ่อนเร้นสะอาด รักษาและป้องกันเกี่ยวกับโรคที่มาจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่นๆอีกมายมาย
การรับประทานแครนเบอร์รี่ (Cranberry) ในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTIs) ได้ จากบทความทางการแพทย์ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Infectious Diseases Society Of America. ฉบับ 15 พฤษภาคม 2004 แครนเบอร์รี่ ประกอบด้วยสารประกอบ 2 ชนิด ซึ่งช่วยป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ อันมีสาเหตุมาจากแบคทีเรียซึ่งอยู่ในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยได้มีการศึกษาในทางการแพทย์ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของน้ำแครนเบอร์รี่หรือในรูปแคปซูล มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1966
จากการศึกษาในกลุ่มของผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์กับการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะพบว่าสามารถลดอัตราการติดเชื้อได้ถึง 50% น้ำแครนเบอร์รี่มีคุณค่าในการรักษาโรคซึ่งเกี่ยวกับการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยมีการศึกษาในหลาย ๆ ปัจจัยซึ่งศึกษาถึงผลของแครนเบอร์รี่กับความสามารถในการป้องกันการติดเชื้อ
น้ำแครนเบอร์รี่มีศักยภาพในการป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ ตามการอ้างอิงในสารสารทางการแพทย์ของ ดร. Raul Raz แห่งศูนย์การแพทย์ Haemek Medical Center ประเทศอิสราเอล “มีแนวโน้มในการใช้ สารจากธรรมชาติ แทนการใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาโรค ไม่เฉพาะแต่ในเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะเท่านั้น ผมเชื่อว่าถ้ามีการศึกษาทางการแพทย์ที่ดี จะสามารถบ่งชี้ถึงข้อดีของแครนเบอร์รี่ในการป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะได้ โดยข้อสนับสนุนทางการแพทย์จะช่วยให้สามารถนำแครนเบอร์รี่มาใช้ในการป้องกันการติดเชื้อได้”
นอกจากนี้ ประโยชน์ของแครนเบอร์รี่ ยังถูกค้นพบว่า มีส่วนในการช่วยบำรุงให้หัวใจแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆในร่างกาย ช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้นสดใสเพราะ แครนเบอร์รี่มีวิตามินซีอยู่สูงมาก และช่วยในการปกป้องฟันจากแบคทีเรียที่เกาะตามซอกฟัน สารสกัดในผลไม้ชนิดนี้ยังสกัดกั้นเอนไซม์ของแบคทีเรียที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างคราบหินปูนได้อีกด้วย
ประโยชน์ของแครนเบอร์รี่
ในวงการแพทย์ ได้ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้วว่า แครนเบอร์รี่ไม่ว่าจะเป็นในรูปของน้าผลไม้ แคปซูล ชงดื่ม ต่างก็ให้ประสิทธภาพในการรักษาและป้องกันโรคเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ และอวัยวะภายในช่องท้องของสตรี สตรีที่มักประสพปัญหาการอั้นปัสสาวะและเกิดการอักเสบขื้นภายใน เมื่อได้รับประทานแครนเบอรี่อย่างน้อยเพียง 2 วัน ก็จะเห็นผล นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น จากการวิจัยใหม่ยังยกให้แครนเบอร์รี่เป็นตัวการสาคัญในการยับยั้งและรักษาการเกิดก้อนหิน ในไต ช่วยลดกรดไขมันในเส้นเลือด (ไขมันเลว) ช่วยให้ร่างกายสามารถคืนสู่ปกติได้หลังจากอาการชัก และที่สำคัญกว่านั้นคือช่วยในด้านการป้องกันมะเร็ง แครนเบอรี่ ไม่ใช่ยา แต่เป็นผลิตภัณท์จากธรรมชาติซึ่งมาจากผลแครนเบอร์รี่ที่ปลูกในแถบอเมริกาเหนือ จึงสามารถรับปะทานได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น
- รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ติดเชื้อ ในท่อปัสสาวะ
- ขจัดกลิ่นในปัสสสาวะ (ช่วยให้อวัยวะเพศสะอาด)
- รักษาและป้องกันเกี่ยวกับโรคที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย E coli
- ในผลแครนเบอร์รี่ประกอบด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนซ์จานวนมากจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา
วิธีรับประทาน : ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารทันที
Antioxidant Activity with ShanStar™ Concentrated Extract
Cranberry juice has been used historically to help maintain normal function of the urinary tract.† ShanStar™ Cranberry has antioxidant properties. †These statements have not been evaluated by the Food and Drug Administration. This product is not intended to diagnose, treat, cure or prevent any disease.
Suggested Use:
Take one softgel three times daily with water at mealtimes. We recommend drinking a full 8-ounce glass of water when taking cranberry softgels and drinking 6-8 glasses of water or other liquids each day.
Supplement Facts:
Serving Size: 1 Softgel Each Softgel Contains - % Daily Value:
Cranberry Extract (Vaccinium macrocarpon) (berry) 275 mg - *, ShanStar™ Cranberry Extract 25 mg -*.
*Daily Value not established.
Ingredients:
Cranberry Fruit Extract, Gelatin, Soybean Oil, Rice Bran Oil, Soy Lecithin, Yellow Beeswax, Glycerin, Water, Artificial Colors (Carmine, Titanium Dioxide, Caramel).